หมวดหมู่
อื่นๆ

เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) คือ ?

Anti-Aging

เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) คือ ศาสตร์ทางการแพทย์ที่ช่วยป้องกันและฟื้นฟูร่างกายแบบลงลึก เรียกได้ว่าเป็นการวินิจฉัยแบบเชิงลึกในระดับพันธุกรรม ระดับฮอร์โมน ระดับวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) รวมไปถึงการตรวจมวลรวมร่างกายด้วยวิธีตรวจเลือด ร่วมกับการใช้เทคโนลีที่ล้ำใหม่ในระดับสากล 

เพื่อตรวจวิเคราะห์หาความไม่สมดุลของร่างกาย โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาทำการวางแผนการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล (Customized Supplements) เพื่อทำการแก้ปัญหาความเสื่อมตามวัย พร้อมกับช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ตลอดจนป้องกันการเกิดโรคในอนาคต

จุดเด่นของเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) คือ ไม่ได้เป็นเพียงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อให้มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงเท่านั้น ยังเป็นการวิเคราะห์เพื่อหาต้นเหตุที่ทำให้เกิดการบกพร่องของอวัยวะนั้นๆ ของร่างกาย อาทิเช่น พฤติกรรมการใช้ชีวิต สิ่งแวดล้อม การนอนหลับ การทานอาหาร ความเครียด รวมไปถึงกรรมพันธุ์ของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ในการรักษาเห็นผลดีขึ้นอย่างชัดเจน และรวดเร็วที่สุด 


“หัวใจสำคัญของศาสตร์ทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย คือต้องการให้ผู้ที่เข้ารับการรักษา มีชีวิตที่ยืนยาว อย่างสุขภาพดี”

สาเหตุของความแก่ชรา

สาเหตุความแก่ชราที่เกิดขึ้นกับคนเรานั้นจะเกิดขึ้นจากการทำงานของต่อมไร้ท่อและการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายลดน้อยลงไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถจำแนกสาเหตุของความแก่ชราได้เป็น 4 ประเภท คือ

1. การใช้งานร่างกายหนักเกินไป (Overuse)

ถ้าเปรียบแล้วร่างกายคนเราก็เหมือนเครื่องจักร เมื่อเครื่องจักรที่ว่านี้มีการใช้งานที่หนักและยาวนาน แน่นอนว่าประสิทธิภาพก็ย่อมลดลง ไม่เหมือนกับตอนที่ใช้งานเครื่องจักรในระยะแรก ๆ ร่างกายของเราก็เช่นกัน เมื่อมีการใช้ร่างกายทำงานอย่างหนัก ย่อมส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายเกิดความเสื่อมลงได้เช่นกัน 

2. ภาวะฮอร์โมนบกพร่อง (Hormonal Insufficiency)

ระบบการผลิตฮอร์โมนต่างๆ ภายในร่างกายจะทำงานน้อยลง เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นหากเรารับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู ก็จะยิ่งส่งผลให้ร่างกายขาดวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายไป จะส่งผลให้เกิดภาวะขาดฮอร์โมนขึ้นได้ เนื่องจากฮอร์ทำงานน้อยลง ทำให้การทำงานของร่างกายเกิดความเสื่อมหรือแก่ชราลงได้

3. พันธุกรรม (Genetic)

พันธุกรรมเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่สามารถกำหนดว่าร่างกายจะเกิดความเสื่อมช้าหรือเร็ว เป็นการถ่ายทอดมาจากบพบุรุษ เช่น เกิดมาในรอบครัวที่มีผมหงอกเร็ว เราเองก็มีสิทธิที่ผมหงอกเร็วเช่นกัน จะเห็นได้ว่าพันธุกรรมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดกว่าแก่ชราได้เช่นกัน

4. สารอนุมูลอิสระ (Free Radical)

ร่างกายเกิดสารอนุมูลอิสระจำนวนมาก ส่งผลให้เซลล์ในร่างกายเกิดความเสื่อม เนื่องจากอนุมูลอิสระจะเข้าไปทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ จนเซลล์ขาดความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองได้ ส่งผลทำให้เซลล์ที่กำลังเสื่อมนั้นตายลงไป จะเห็นได้ว่าสารอนุมูลอิสระมีผลทำให้เซลล์ในร่างกายเกิดความเสื่อมได้ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ควบคุมความแก่ชราช้าหรือเร็วได้เช่นกัน

“ศาสตร์ทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและยับยั้งความเสื่อมของระบบการทำงานของแต่ละอวัยวะในร่างกายให้เกิดขึ้นช้าลงนั่นเอง” 

ประโยชน์ของเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging)

เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) คือ ศาสตร์ทางการแพทย์แขนงหนึ่งที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงจากภายในร่างกาย การรักษาและฟื้นฟูจะเน้นการป้องกันภาวะเสื่อมถอยของร่างกายแบบองค์รวม โดยเป็นการดูแลและฟื้นฟูระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายให้สามารถทำงานได้ดีดั่งเดิม เต็มประสิทธิภาพ ไม่เสื่อมถอยไปตามอายุที่มากขึ้น 

ทั้งนี้ยังเป็นการค้นหาต้นตอสาเหตุความเสื่อมถอยของร่างกาย จากการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ร่วมกับการวินิจฉัยจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการชะลอวัย เพื่อมาใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการป้องกันไม่ให้สาเหตุดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อการทำงานของระบบร่างกาย ส่งผลให้เกิดความเสื่อมหรือเกิดโรคต่าง ๆ ได้ในอนาคต

ศาสตร์ทางการแพทย์แบบ เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นการรักษาที่มุ่งเน้น ให้ความสำคัญในเรื่องของระบบการทำงานของแต่ละอวัยวะในร่างกาย คำนึงถึงการมีสุขภาพที่แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกในระยะยาวมากกว่าการักษาผู้ป่วยไปตามอาการที่เป็นอยู่ในขณะนั้น จะเห็นได้ว่าการดูแลสุขภาพแบบเวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นการรักษาที่มุ่งเน้นถึงผลลัพธ์ในระยะยาวมากกว่าในระยะสั้น โดยมุ่งหวังให้ผู้ที่เข้ารับการรักษามีชีวิตที่ยืนยาว อย่างสุขภาพดี

 

เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) เหมาะกับใคร?

เวชศาสตร์ชะลอวัยเหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่การเข้ารับการรักษายิ่งเร็วก็จะยิ่งดีกับร่างกาย เพราะว่าการรักษาแบบเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) เป็นการช่วยป้องกันความเสื่อมของร่างกาย และช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเราหาสาเหตุความเสื่อมของร่างกายได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายที่เป็นไปตามกลไกของอายุได้ดีมากขึ้นเท่านั้น

“การดูแลสุขภาพ ด้วยศาสตร์ทางการแพทย์แบบเวชศาสตร์ชะลอวัย จะช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อย่างมีความสุขในขณะที่เรามีอายุที่มากขึ้น” 

 

ขั้นตอนวิธีการรักษาด้วยเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging)

1. การตรวจคัดกรอง (Pre-Screening)

ศูนย์การแพทย์บูรณาการ โนวาวิด้า Anti Aging Center เรานำเอาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยจากประเทศชั้นนำอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ชื่อว่า Electro Interstitial Scan (EIS) มาทำการตรวจคัดกรองรายละเอียดการทำงานของเซลล์ในแต่ละอวัยวะ ซึ่งจะทำให้ทราบว่าในขณะที่ตรวจมีอวัยวะใดบ้างที่ผิดปกติ รวมทั้งบอกระดับความเสื่อมของร่างกาย และแนวโน้มของโรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้ในขณะนั้นยังไม่มีอาการของโรคปรากฏให้เห็นเลยก็ตาม

2. การให้คำปรึกษาแพทย์ (Doctor Consultation)

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูเซลล์และการป้องกันการเกิดโรคของศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) คือ ขั้นตอนการให้คำปรึกษาแพทย์ เพราะถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่แพทย์จะวินิจฉัยเพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรค โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูล สร้างความรู้และความเข้าใจว่าในขณะนี้ระบบการทำงานของร่างกายมีอวัยวะส่วนใดบ้างที่เกิดความเสื่อม หรือเกิดการทำงานที่ผิดปกติ ควรรับการรักษาแบบใดจึงจะเหมาะสมเฉพาะบุคคล รวมไปถึงการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนและหลังเข้ารับการรักษาอย่างละเอียด เพราะเราเชื่อว่าการวินิจฉัยหาสาเหตุของการเกิดโรคและการสร้างความรู้ความเข้าใจ คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การรักษาที่ดีที่สุด

3. การตรวจเลือด (Blood Test)

โปรแกรมการตรวจเลือดเพื่อวิเคราะห์ระดับความเสื่อมของร่างกาย และความน่าจะเป็นในการเกิดโรค ซึ่งเป็นการตรวจวิเคราะห์แบบเจาะลึก ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการสำคัญเพื่อบ่งชี้การทำงาน และความเสื่อมของอวัยะต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคหรือสภาวะบางอย่างที่ผิดปกติของร่างกายได้อย่างแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้อง และเหมาะสมเฉพาะ

4. การวินิจฉัยโรคและการวางแผนการรักษา (Diagnosis & Planning)

การวางแผนการรักษาของ ศูนย์การแพทย์บูรณาการ โนวาวิด้า Anti Aging Center เรามุ่งเน้นการรักษาแบบ “บำบัดเซลล์” รวมถึงการใช้ “เซลล์บำบัด” ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการฟื้นฟูเซลล์และป้องกันการเกิดโรคของเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) โดยนำเอาเทคนิคการรักษาและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเป็นที่ยอมรับระดับโลก มาใช้ในการฟื้นฟูสุขภาพและป้องกันการเกิดโรค พร้อมกับทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่มีความชำนาญในการวางแผนและดูแลการรักษา ตลอดจนให้คำปรึกษา และคำแนะนำในการปฏิบัติตนอย่างละเอียด

เพราะเราเชื่อว่าผู้ป่วยแต่ละรายมีปัญหาสุขภาพ และมีความเสื่อมของอวัยวะที่แตกต่างกัน การวางแผนการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผู้เข้ารับการรักษากับศูนย์การแพทย์บูรณาการ โนวาวิด้า Anti Aging Center สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพแข็งแรง และมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ