สเต็มเซลล์ (Stem Cell) คือ ?

Stem Cell

สเต็มเซลล์ (Stem Cell) คือเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความสามารถในการสร้างเซลล์ทดแทนตัวเองเซลล์ได้อย่างไม่จำกัด เพื่อทดแทนหรือซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพในร่างกายโดยเจริญและพัฒนามาจากเซลล์ตัวอ่อน ( Embryonic Stem Cell ) และสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย (Adult Stem Cell ) สามารถเก็บเซลล์ต้นกำเนิดได้จากหลายแหล่ง เพื่อนำมาเพาะเลี้ยง เพิ่มจำนวนให้มากขึ้น เช่น เซลล์ไขมัน เซลล์เม็ดเลือดแดง ไขกระดูก โดยสเต็มเซลล์สามารถแบ่งตามระยะของความสามารถในการการเจริญพัฒนาได้ คือ 

 

  1. Totipotent Stem Cell คือเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเจริญพัฒนาไปเป็นส่วนที่เป็นรก สายสะดือ และตัวเด็กที่มีอวัยวะครบสมบูรณ์
  2. Pluripotent Stem Cell คือเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเจริญพัฒนาไปเป็นส่วนที่เป็นตัวเด็กและอวัยวะต่าง ๆ ภายในตัวเด็กได้ เซลล์ต้นกำเนิดชนิดชนิดนี้สามารถแยกได้จาก Inner Cell Mass ในเซลล์ระยะ Blastocyst 
  3. Multipotent Stem Cell คือเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเจริญพัฒนาไปเป็นส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อที่จำกัด 
  4. Unipotent Stem Cell คือเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเจริญพัฒนาไปเป็นส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อที่จำเพาะแค่เพียงชนิดเดียว

ประเภทและการทำสเต็มเซลล์

สเต็มเซลล์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สเต็มเซลล์ชนิด Embryonic Stem Cell และสตเมเซลล์ชนิด Adult Stem Cell โดยแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันนั่นก็คือ 

  1. Embryonic Stem Cell เป็นสเต็มเซลล์ที่ได้จากตัวอ่อนของมนุษย์ มีลักษณะเฉพาะคือมันสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ต่างๆของร่างกายได้ทุกชนิด อาทิเช่น เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์ไขกระดูก เซลล์เม็ดเลือด ฯลฯ 
  2. Adult Stem Cell หรือสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย มีความสามารถในการพัฒนาเป็นเซลล์จำเพาะชนิดต่างๆของร่างกายหมายความว่าสเต็มเซลล์นี้นำมาจากเนื้อเยื่อในร่างกายส่วนใด มันก็สามารถเจริญเติบโตไปเป็นเนื้อเยื่อชนิดนั้นๆ อาทิเช่น เซลล์จากตับอ่อน ก็สามารถเจริญกลายเป็นเซลล์ตับอ่อนได้ 

ในปัจจุบันทางการแพทย์นิยมใช้ Adult Stem Cell มาใช้ในการรักษามากกว่าสเต็มเซลล์ชนิดอื่นๆเพราะว่า Embryonic Stem Cellยังมีข้อกำจัดด้านจริยธรรม เพราะเป็นการเก็บสเต็มเซลล์จากอวัยวะ ซึ่งทำได้ยากกว่าอีกทั้งยังมีความเสี่ยงกับผู้บริจาคด้วย เพราะ ESC จะทำให้เกิดการเจริญพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ 

นอกจากนั้น การเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัยหรือAdult stem cell ยังสามารถเก็บสเต็มเซลล์ได้จากหลายแหล่งของมนุษย์ แล้วนำมาเพาะเลี้ยงเพิ่ม อาทิเช่น ไขกระดูก เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์รากฟัน เซลล์ไขมัน เซลล์เยื่อบุผิว ฯลฯ ซึ่งเมื่อนำมาเพาะเลี้ยงแล้วจะได้เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซ็นไคม์ Mesenchymal Stem Cell ; MSC

ประโยชน์ของสเต็มเซลล์

  • เมื่อปลูกถ่าย MSC จะช่วยเข้าไปซ่อมแซมหรือแทนที่เซลล์ที่เสื่อมสภาพในร่างกายได้ เช่นไปทำให้หลอดเลือดแข็งแรงขึ้น 
  • สเต็มเซลล์สามารถเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้ทำหน้าที่แบบเฉพาะเจาะจงได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม เช่น เมื่อ MSC เข้าไปซ่อมแซมบริเวณที่กล้ามเนื้ออักเสบ MSC จะเจริญพัฒนาไปเป็นเซลล์กล้ามเนื้อได้
  • ข้อดีของการใช้สเต็มเซลล์ในการรักษา คือ เป็นการรักษาแบบชีวโมเลกุล หมายถึงเป็นเซลล์ที่ได้จากมนุษย์ในการฟื้นฟู ซ่อมแซมจุดต่าง ๆ ที่สึกหรอ โดยจะไม่มีส่วนผสมของสารเคมีเลย
  • Stem Cell ที่ใช้ในการรักษามีความเข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์อย่างสมบูรณ์ เพราะเป็นเซลล์ที่ได้จากตัวผู้ป่วยเอง โดยจะไม่ไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย 

 

สเต็มเซลล์กับการรักษาโรค

การใช้สเต็มเซลล์รักษาในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ป่วยนั้น เซลล์ภายในร่างกายจะมีการเสื่อมสภาพค่อนข้างมาก ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนช้ากว่าปกติ การใช้สเต็มเซลล์บำบัดจะช่วยเข้าไปซ่อมแซมหรือแทนที่เซลล์ที่เสื่อมสภาพได้มากขึ้น

สเต็มเซลล์ชนิด Hematopoietic Stem Cell แพทย์จะนิยมนำมาใช้ในการรักษาทางด้านโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นหลักหรือใช้สเต็มเซลล์ชนิด Mesenchymal Stem Cell มารักษาบาดแผลหลังการผ่าตัด โรคข้อเข่าเสื่อม โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นต้น

การรักษาโดยการให้สเต็มเซลล์ในผู้ป่วยสามารถใช้ได้หลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นทางหลอดเลือดดำ หรือชั้นกล้ามเนื้อ รวมถึงชั้นผิวหนัง โดยให้ปริมาณเซลล์ที่มากหรือน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย การรักษาโดยการใช้สเต็มเซลล์จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

รายละเอียดเพิ่มเติม

สเต็มเซลล์กับความงาม

ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นิยมใช้สเต็มเซลล์กับศาสตร์ด้านการชะลอวัยและความงามมากขึ้นนอกเหนือจากการฟื้นฟูร่างกาย รักษาโรคต่าง ๆ เนื่องจากคุณสมบัติของสเต็มเซลล์คือทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงโครงสร้างชั้นผิว ให้กำเนิดเซลล์ใหม่เพื่อมาทดแทนเซลล์เก่า และสามารถแบ่งตัวเองเพิ่มจำนวนขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน เสมือนโครงสร้างชั้นผิวถูกรีเซ็ตใหม่ให้กลับคืนความอ่อนเยาว์อีกครั้ง 

การฉีดสเต็มเซลล์บำบัดผิวหน้า จึงเป็นกลไกทางชีวภาพของการฟื้นฟูบำรุงสภาพผิวชั้นในสุด ช่วยในการชะลอการร่วงโรยของผิวได้ลึกกว่าวิธีอื่น ๆ คล้ายกับการเปิดกลไกการฟื้นฟูเซลล์ผิวขึ้นใหม่อีกครั้ง หรือ “Skin Healing Process”ตามธรรมชาติที่สามารถฟื้นฟูเส้นใยเติมเต็มผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวชั้นนอก และผิวชั้นใน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวที่หย่อนคล้อยมีริ้วรอยที่ลึกดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ที่ลำพังเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับหน้าในโลกนี้ยังไม่สามารถทำได้ดีเท่ากับการใช้เซลล์บำบัดผิว

รายละเอียดเพิ่มเติม