มะเร็งระยะสุดท้ายคืออะไร?

End-Stage Cancer

มะเร็งระยะสุดท้าย (มะเร็งระยะที่ 4) คือระยะที่มะเร็งแพร่กระจายเข้าสู่หลอดเลือดและระบบน้ำเหลือง และสามารถไปเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอวัยวะต่าง ๆ ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต เนื่องจากอวัยวะต่าง ๆ ทำงานไม่สมบูรณ์ และผิดปกติไปจากเดิม ทำให้เกิดการล้มเหลวของการทำงานของอวัยวะนั้น ๆ รวมถึงการที่ผู้ป่วยมีระบบภูมิคุ้มกันที่ล้มเหลว เนื่องจากเม็ดเลือดขาวไม่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ทำให้ผู้ป่วยอาจติดเชื้ออื่น ๆ มาแทรกซ้อนทำให้เสียชีวิตได้

สัญญาณของมะเร็งระยะสุดท้าย

สัญญาณมะเร็งระยะสุดท้ายของคนไข้นั้นมีอาการไม่เหมือนกัน เพราะสภาพร่างกายของผู้ป่วยมีความแตกต่างกัน ผู้ป่วยที่มาตรวจแล้วพบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย โดยมากอาจเกิดจากการป่วยเรื้อรัง ที่ไม่ได้รับการรักษาหรือตรวจสอบอย่างละเอียด เช่น มีอาการไอเรื้อรัง การขับถ่ายผิดปกติ ปวดท้องอย่างไม่ทราบสาเหตุ ปวดศีรษะอย่างไม่ทราบสาเหตุ หรือคลำตามอวัยวะต่างๆแล้วพบว่าเป็นก้อนแข็ง เมื่อมาตรวจอาจจะพบว่ามะเร็งแพร่กระจายไปหลายอวัยวะ 

นอกจากนี้ การได้ทราบว่าเป็นมะเร็งส่งผลโดยตรงต่อจิตใจของผู้ป่วย ทำให้เกิดอาการข้างเคียงเช่น เกิดอาการอ่อนล้าอย่างชัดเจน น้ำหนักลดอย่างต่อเนื่องเพราะไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ทำให้สารอาหารไม่เพียงพอ และภูมิคุ้มกันแย่ลง อาจทำให้ร่างกายของผู้ป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว

อาการของมะเร็งระยะสุดท้าย

อาการของคนไข้มะเร็งเข้าสู่ระยะที่ 4 ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายจะเริ่มสูญเสียการทำงานมากขึ้นจนสังเกตได้ จึงทำให้คนไข้แสดงอาการออกมาได้ชั้นเจนจนสามารถสังเกตเห็นได้ เช่น 

  • ระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยอาจหายใจไม่สะดวก จะพบสารคัดหลั่งหรือเสมหะในลำคอ เมื่อผู้ป่วยต่องการขับเสมหะ อาจทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยหอบได้
  • ระบบย่อยอาหาร เนื่องจากการรับประทานอาหารที่จำกัด ระบบย่อยอาหารของผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติจากการได้รับยาเคมีบำบัด ทำให้การย่อยอาหารช้าลง หรือท้องอืด หรืออาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้
  • ระบบขับถ่าย ระบบการขับถ่ายของผู้ป่วยอาจแย่ลง อาจจะต้องใช้ยาเพื่อให้ขับถ่าย อุจจาระอาจมีเลือดปนเพราะอาจมีเลือดออกบริเวณลำไส้ได้เนื่องจากการใช้ยาเคมีบำบัด
  • อาการปวด อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบาย นอนไม่หลับ ความอยากอาหารลดลง และทำให้ร่างกายอ่อนแอลง

วิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

วิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายอาจแตกต่างกันไปตามอาการของผู้ป่วยดดยหลักๆสามารถแบ่งประเภทออกเป็น 4 ประเภทได้ดังต่อไปนี้

  1. ดูแลเรื่องของสภาพร่างกาย โดยเน้นให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับความสะดวกมากที่สุด โดยหมั่นสอบถามอาการกับผู้ป่วยว่าเจ็บปวดหรือทรมานตรงไหนอย่างสม่ำเสมอ
  2. ดูแลเรื่องโภชนาการ ถึงแม้ว่าผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายจะไม่อยากรับประทานอาหาร หรือทานได้น้อยลง ผู้ดูแลก็ควรหมั่นสอบถามผู้ป่วย ใส่ใจในโภชนาการให้คุณค่าอาหารครบ 5 หมู่ จัดสรรอาหารหมุนเวียนหลากหลายเมนู
  3. ดูแลเรื่องยาและการใช้ยา ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายผู้ดูแลต้องหมั่นสอบถามอาการและดูแลเรื่องการทานยาของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยให้รับประทานตามแพทย์สั่งและตรงเวลา
  4. ดูแลในเรื่องของจิตใจ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างมากที่สุด ผู้ดูแลจึงควรหมั่นพูดคุยให้กำลังใจผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และสม่ำเสมอให้ใจเย็นกับผู้ป่วย รวมถึงถนอมน้ำใจผู้ป่วย ผู้ป่วยอาจจะมีการหงุดหงิดและอารมณ์แปรปรวน ผู้ดูแลจึงต้องพร้อมรับมือกับสิ่งเหล่านี้

มะเร็งระยะสุดท้ายรักษาหายหรือไม่?

ปกติแล้วการรักษาโรคมะเร็งในระยะที่ 4 หรือระยะสุดท้ายแล้ว แพทย์จะใช้วิธีการรักษาแบบบรรเทาอาการผู้ป่วย หรือประคับประครองเพียงเท่านั้น เพราะโรคมะเร็งหากปล่อยให้อาการของโรคลุกลามไปถึงระยะที่ 4 แล้วจะไม่มีโอกาสรักษาให้หายได้ เป็นเพียงแค่การบรรเทาให้ผู้ป่วยไม่เจ็บปวดทรมานมากจนเกินไป เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด 

เนื่องจากคนไข้ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เซลล์ระบบภูมิคุ้มกันจะต่ำ จึงเพิ่มโอกาสให้เชื่อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม เข้าสู่ร่างกายและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย ดังนั้นการรักษาด้วยเพิ่มเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันหรือ NK CELL กับคนไข้อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะสามรถทำให้คนไข้แข็งแรงขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสุดท้ายของชีวิต 

อีกหนึ่งการรักษาที่กำลังได้รับความสนใจในการรักษามะเร็งนั่นก็คือ การรักษาด้วย Chimeric Antigen Receptor T Cell (CAR T cell) เป็นการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดแบบเซลล์บำบัดที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากเซลล์ที่นำมาใช้ในการรักษานี้มีความจำเพาะต่อชนิดของมะเร็งที่เป็นอยู่ จึงเป็นวิธีการรักษาที่เป็นความหวังอีกวิธีหนึ่งของคนไข้มะเร็ง นอกจากการรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกและการรักษาแบบดั้งเดิม

 

รายละเอียดเพิ่มเติม